มาทำความรู้จัก เกมคาสิโนออนไลน์ แบล็คแจ็คออนไลน์ คืออะไร

เกมคาสิโนออนไลน์ แบล็คแจ็คออนไลน์ คืออะไร เกมไพ่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในคาสิโน ซึ่งเซียนพนันต่างพากันชื่นชอบ เพราะมีรูปแบบการเล่นที่ไม่ตายตัว ซึ่งทำให้เหล่าบรรดานักพนันสามารถใช้ไหวพริบ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่ทำให้ขาดทุนได้ และยังสามารถเพิ่มโอกาสในการชนะรางวัลอีกด้วย

สำหรับเซียนพนัน มักนิยมการเล่นแบล็คแจ็ค เพราะว่าโอกาสได้เสียหรือผลลัพธ์ของการเดิมพัน สามารถควบคุมได้ อยู่ที่การตัดสินใจของเราเอง เป็นเกมเดิมพันที่ใช้ดวงน้อย แต่เน้นไหวพริบเป็นหลัก

แบล็คแจ็คออนไลน์ ( Black jack game ) คาสิโนถ่ายทอดสด

1.แนะนำให้เหล่านักลงทุนทั้งหลาย เล่นแบล็คแจ็คออนไลน์แบบสด สมัครสมาชิกให้เรียบร้อนแล้วเข้าระบบสู่คาสิโนออนไลน์ เลือกค่ายเกม Vivo Gaming สามารถเลือกนั่งในโต๊ะแบล็คแจ็ค ที่ท่านต้องการและเริ่มสนุกกับการเดิมพันได้เลย

2.นักพนันต้องวางเงินขั้นต่ำ 250 บาท หากเลือกโต๊ะมาตรฐาน เจ้ามือจะใช้ประมาณ 5 – 6 สำรับในการสับไพ่เพื่อแจก นักพนันสามารถเดิมพันสูงสุด 5,000 บาท โดยจะมีการแจกไพ่ให้ผู้เล่นทุกคน รวมทั้งเจ้ามือ นักพนันต้อง ทำให้ไพ่ของท่านมีแต้มใกล้เคียง 21 แต้มมากที่สุด โดยการเรียกไพ่ไปเรื่อยๆ

เมื่อเราพอใจในแต้มที่มี ให้ทำการหยุดเรียก และเมื่อนักพนันทุกท่านหยุดเรียกไพ่หมดแล้ว เจ้ามือจะเริ่มเรียกไพ่ของเจ้ามือเอง และเรียกไพ่กับเหล่านักเดิมพันสิ้นสุดลง ให้ดูว่าแต้มใครใกล้เคียงกับ 21 แต้มมากกว่ากัน คนนั้นจะเป็นฝ่ายชนะและได้รางวัลไป

วิธีนับแต้มของเกม แบล็คแจ็คออนไลน์

นับแต้มตามตัวเลข 2-10 และ J , Q , K นับเป็น 10 แต้ม A นับเป็น 11 แต้ม หรือจะนับเป็น 1 แต้มก็ได้ แล้วแต่สถานการณ์ และท่านสามารถเลือกไพ่ได้เอง อย่างเช่น เมื่อได้ไพ่ K กับ A เราจะให้ A เท่ากับ 11 แต้ม เพื่อรวมกับ K จะได้ครบ 21 แต้มพอดี อีกตัวอย่างหนึ่ง จะเป็น 9 กับ 5 กับ 4 และ A เราจะให้ A แทน 1 แต้ม เมื่อรวมกันจะได้ 20 แต้ม เห็นหรือว่า A นับเป็น 11 หรือ 1 ก็ได้แล้วแต่ละสาการณ์นั้นๆ

การเดิมพันและอัตราการจ่ายเงิน

1.การอยู่ และจั่วไพ่

กรณีที่เราแต้มไม่ถึงหรือเกิน 21 แต้มนั้น เราจะมีสิทธิ์เรียกไพ่ได้เรื่อยๆ ซึ่งการอยู่และการเรียกไพ่เป็นพื้นฐานของการเล่นแบล็คแจ็ค

2.การได้ Blackjack

เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านได้ ไพ่ 2 ใบแรกแล้วรวมกันได้ 21 แต้ม แบบนี้จะเรียกว่า แบล็คแจ็ค แล้วท่านจะได้เงินรางวัล 1.5 เท่า ของการเดิมพันของท่านเอง

3.การแทง 2 เท่า

การวางเดิมพันเพิ่มอีก 1 เท่า เมื่อเราขอแยกไพ่แล้ว มือที่ 1 ได้ไพ่ K วางเดิมพัน 100 เราสามารถเพิ่มเดิมพันเป็น 200 บาท ได้ หากว่าท่านแต้มมากกว่าเจ้ามือจะได้อัตราจ่าย 1 ต่อ 1 มีสิทธิเรียกไพ่ได้อีกแค่ใบเดียวเท่านั้น

4.การแยกไพ่

นักพนันจะวางเดิมพันเป็น 2 มือ เช่น เดิมพันที่ 100 ได้ เมื่อเราได้ไพ่ K กับ K เราสามารถแยกไพ่ได้ แต่ต้องวางเดิมพันเท่าเดิม จะกลายเป็น มือที่ 1 ได้ไพ่ K วางเดิมพัน 100 และ มือที่ 2 ได้ไพ่ K วางเดิมพัน 100 ถ้าหากว่าท่านได้ไพ่ 21 จะไม่นับเป็น แบล็คแจ็ค ถ้าหากว่าเจ้ามือได้ 21 แต้ม จะถือว่าไม่เสมอ แล้วท่านจะแพ้เดิมพัน แต่ถ้าเกิดว่าแต้มของท่านมากกว่าเจ้ามือ อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 1 ต่อ 1

5.เดิมพันไพ่ประกัน

ตัวอย่างการเดิมพันไก่ประกัน เช่น เมื่อเจ้ามือเปิดไพ่ใบแรกได้ A ท่านสามารถวางเงินประกัน โดยวางได้แค่ครึ่งเดียว เมื่อท่านวางเดิมพันไว้ 100 บาท สามารถวางเงินประกันไว้ได้ 50 บาท ถ้าเจ้าเปิดไพ่ใบที่ 2ออกมาได้ 10 เท่ากับว่า เจ้ามือได้ แบล็คแจ็ค ท่านจะชนะเดิมพันแล้วได้รางวัลเป็น 2 เท่า เงินประกัน 50 บาท ก็จะได้ 100 บาท ไม่รวมเงินเดิมพันที่วางไปก่อนหน้านี้ แต่ถ้าเกิดว่าเจ้ามือ ไม่ได้ออก แบล็คแจ็ค เราจะเสียเงินประกัน แล้วเกมก็จะดำเนินต่อ

เทคนิคการเดิมพันไพ่แบล็คแจ็ค

นักพนันทุกท่านก็คงทราบกันใช่ไหมว่า เกมนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของเหล่าพนันทั้งหมด ท่านต้องอ่านเกมให้ออก และสามารถเรียกไพ่ต่อ หรือให้หยุด หรือแยกไพ่ กว่าจะชำนาญท่านก็ต้องใช้เวลา ซึ่งมีเทคนิคเล็กน้อยๆมาแชร์ให้เหล่านักพนันมือใหม่ หรือเซียน แล้วแต่ท่านจะพิจารณา

1.การแทงประกัน หากว่าเจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็น A นำว่าควรแทงประกันทุกครั้ง เพราะว่ามีโอกาสเยอะมากที่จะเป็น แบล็คแจ็ค
2.การแทงแบบแยกไพ่ ควรแยกไพ่ทุกครั้ง เมื่อเราได้ 2 ใบแรก เหมือนกัน เช่น K กับ K , Q กับ Q , J กับ J และ 10 กับ10
3.อย่าหวังว่าแต้มจะต้อง 21 แต้มทุกครั้ง บางครั้งเพียงแค่ 12 หรือ 13 ก็สามารถชนะได้ ในกรณีที่มี่ 2 ใบแรกรวมกันได้ 11 แต้ม ควรเรียกไพ่เพิ่มทุกครั้ง หากว่ามีแต้ม 17 หรือว่า มากกว่า 17 ไม่ควรเรียกไพ่เพิ่ม

อ่าน บทความการเดิมพัน เพิ่มเติม >> https://phukkhom747.hatenablog.com/

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here